ช่วงหน้าฝนแบบนี้ รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจต้องเจอกับทั้งคราบโคลน ละอองฝน และเศษทรายที่พร้อมจะกัดกร่อนชิ้นส่วนต่างๆ ครับ ถ้าทิ้งไว้นานๆ สนิมถามหาแน่นอนนี่คือ 5 วิธีทำความสะอาดและดูแลรถมอเตอร์ไซค์ช่วงหน้าฝน แบบทำง่าย ช่วยยืดอายุการใช้งาน และทำให้รถดูดีอยู่เสมอครับ
อย่าปล่อยให้คราบน้ำฝนและโคลนแห้งกรังคาตัวรถครับ เพราะน้ำฝนในปัจจุบันมีความเป็นกรดอ่อนๆ แถมพัดพาเอาฝุ่นละอองและสารเคมีบนท้องถนนมาด้วย
วิธีทำ: เมื่อถึงบ้าน (และเครื่องยนต์เริ่มเย็นลงแล้ว) ให้ใช้อากาศหรือน้ำแรงดันปกติฉีดไล่เศษทรายและคราบโคลนออกทันที เพื่อไม่ให้มันเกาะแน่นจนล้างออกยากในวันต่อไป
ช่วงหน้าฝน จุดที่วิกฤตที่สุดไม่ใช่แฟริ่งด้านบน แต่เป็น บังโคลนใน, ใต้ท้องเครื่อง, คาลิปเปอร์เบรก และบริเวณล้อ
วิธีทำ: ใช้สายยางฉีดเน้นบริเวณใต้ซุ้มล้อและปั๊มเบรกเพื่อไล่เศษทราย เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ เศษทรายเล็กๆ จะเข้าไปขัดสีกับผ้าเบรกและจานเบรก ทำให้เบรกมีเสียงดังและจานเบรกเป็นรอยเสียหายได้
การปล่อยให้รถแห้งเองหลังจากลุยฝนหรือล้างน้ำ คือสาเหตุหลักของ “คราบน้ำ” (Water Spots) ที่แกะสลักบนสีรถ และยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสนิมตามน็อตและข้อต่อต่างๆ
วิธีทำ: ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ซับน้ำให้แห้ง โดยเฉพาะตามซอกมุม เช่น สวิตช์แฮนด์, ขั้วสายไฟ, และรูกุญแจ ถ้ามีลมเป่า (หรือไดร์เป่าผมลมเย็น) เป่าตามซอกซอนด้วยจะยิ่งดีมาก
โซ่ขับเคลื่อนคือส่วนที่โดนน้ำฝนและทรายซัดเข้าใส่เต็มๆ ทำให้น้ำมันหล่อลื่นที่เคลือบอยู่หลุดออกง่ายมาก จนกลายเป็นสนิมแดงและโซ่ตายในที่สุด
วิธีทำ: หลังล้างรถเสร็จและโซ่แห้งแล้ว ให้ใช้สเปรย์ล้างโซ่ (Chain Cleaner) ทำความสะอาดคราบดำออก จากนั้นฉีดด้วย สเปรย์หล่อลื่นโซ่ (Chain Lube) เคลือบซ้ำทันที เพื่อป้องกันสนิมและลดเสียงดัง
การเคลือบสีในหน้าฝนไม่ได้ทำเพื่อความเงางามอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างชั้นฟิล์มมาป้องกันไม่ให้คราบน้ำและสิ่งสกปรกเกาะติดแน่นกับตัวรถ
วิธีทำ:
ชิ้นส่วนทำสี: ลงแว็กซ์เคลือบสีที่มีคุณสมบัติไล่น้ำ (Water Repellent) น้ำฝนจะกลิ้งเป็นเม็ดๆ ไม่เกาะผิวรถ
พลาสติกดำด้าน (สีกระเป๋า/บังโคลน): ใช้สารฟื้นฟูหรือเคลือบพลาสติกดำ เพื่อป้องกันพลาสติกซีดด่างจากกรดในน้ำฝนและแสงแดดหลังจากฝนหยุด
05 กรกฎาคม 2569
ผู้ชม 18 ครั้ง